โตขึ้นอยากเป็นอะไร?

posted on 02 Sep 2010 09:58 by purplelita  in Nothing

เราหาความฝันไม่เจอจริงหรือ?

ตอนเด็กๆ คำถามclassic ที่ทุกคนต้องเจอคือ "โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?"

บรรดาเด็กน้อยตาใส ยื้อแย่งกันยกมือ เพื่อตอบเป็นคนแรก

อยากเป็น.......คะ/ครับ !!!!

คำตอบมันผุดขึ้นมาว่องไว 

 

ยิ่งเราอายุมากขึ้น โลกแห่งความจริงตรงหน้า สิ่งต่างๆที่เราพบพาน

กลับทำให้ความฝันสมัยเด็กของหลายๆคนถูกขยำทิ้งไป

หลายคนเปลี่ยนความฝันบ่อยพอๆกับเปลี่ยนมือถือ

หลายคนไต่ไปถึงยอดเขาแห่งความฝัน จนถึงจุดยอด 

หลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เขาเหล่านั้นไม่กล้าที่จะฝัน

 

เรามักเลือกเดินทางที่ปลอดภัย

เอาความฝันเก็บ ล็อคเอาไว้ในหีบ แล้วบอกกับตัวเองว่าไม่มีทางหรอกที่ฝันจะเป็นจริง

 เคยมีข่าวว่าคุณยายวัยแปดสิบ ลงทะเบียนเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

นักข่าวถามว่า แก่แล้วนะยาย ทำไมมาเรียนล่ะ

ยายยิ้ม แล้วตอบด้วยเหตุผลง่ายๆว่า

ยายไม่เคยได้เรียนตอนเด็กๆ ความรู้น้อย เลยใฝ่ฝันที่จะเรียนสูง พอยายมีโอกาส ยายก็มาเรียนนี่ล่ะ

 

กลายเป็นว่า ยายเป็นนักศึกษาที่แก่ที่สุดของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

อยากจะบอกกับทุกๆคน โอกาสที่เราว่าไม่มา ไม่ใช่ว่ามันไม่มี

ถ้ายังไม่มีโอกาส ก็จงสร้างโอกาสขึ้นมาเอง

ให้ความฝันนั้นเป็นแรงผลักดันเรา

ความรู้ ทักษะที่เรายังมีไม่พอ ก็จงฝึกฝน

ทำตัวเองให้เพียบพร้อม  เหมาะสมกับความฝันอันทรงค่านั้น

 

ท้ายที่สุด ไม่ว่าความฝันจะเป็นจริงหรือไม่

อย่างน้อยเราก็ได้เคย ล้มลุกคลุกคลาน ต่อสู้เพื่อความฝัน

มิใช่ ถอนใจไปวันๆ เพียงเพื่อที่จะดูถูกตัวเอง

ร้องไห้ด้วยความเสียดายที่ไม่พยายามกับร้องไห้ด้วยความปิติในความสำเร็จมันต่างกัน

 

ด้วยใจรักค่ะ

Purplelita

 

 

แรมมนุษย์

posted on 04 Aug 2010 22:57 by purplelita  in Nothing
ลืมกับจำอันไหนดีกว่ากัน
ถ้าลืมสิ่งสำคัญ อันนี้แย่มากๆ
จำในสิ่งที่ไม่ควรจะจำ นั่นก็ทำให้เราเป็นทุกข์
เป็นคนที่ถูกลืมนั้น เจ็บยิ่งกว่า
คนที่ไม่อยากจะจะกลับจำได้ นี่ก็ทุกข์หนัก
แล้วจะต้องทำยังไง?

จำในสิ่งที่ควรจำ
อะไรไม่สร้างสรรค์ ทำให้เราเจ็บปวดก็ลืมมันซะ

แต่เรื่องที่ลืมไม่ได้ ก็ให้ฝังมันไว้ในส่วนลึกของหัวใจ แล้วลืมมันไปชั่วขณะ
เผื่อวันข้างหน้า เรารับเรื่องนั้นได้ ก็ค่อยหยิบมันออกมาดู

ชีวิตคนเรามันก็แค่นี้แหละ

รอยด่างบนรูปถ่าย

posted on 07 Jul 2010 00:45 by purplelita  in Nothing

ความทรงจำของเรานั้นเป็นสิ่งล้ำค่านัก
ไม่ว่าจะสุข เศร้า เพียงใด ก็จดจำได้ทุกเรื่อง
สำหรับฉัน ความทรงจำที่มีค่าคือความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องดีๆ
สำหรับความทรงจำร้ายๆ มันก็แค่รอยด่างบนรูปถ่าย
เราสามารถมองรอยด่างนั้นให้สวยงามได้
เพราะภาพถ่ายทั้งใบก็ยังอยู่
เป็นสิ่งย้ำเตือนใจเรา
เราจึงไม่ควรไปใส่ใจกับรอยด่างเล็กๆ

เหมือนกับความทรงจำของคน ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับคนสำคัญ
ความทรงจำนั้นย่อมล้ำค่า ประเมิณค่ามิได้
นับประสาอะไรกับการพยายามลืมความทรงจำที่มีค่านั้นเล่า
หากลืมไมได้
ก็จงสร้างความทรงจำดีๆเรื่องใหม่ ให้อยู่ร่วมกับความทรงจำเรื่องเก่า
มิใช่พยายาที่จะลืม
สุดท้ายต้องทนทุกข์ทรมาน กับสิ่งที่ทำไม่ได้
เพื่ออะไรกัน...

มันขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะเลือกทางไหน

edit @ 7 Jul 2010 01:40:07 by purplelita

อวัยวะของคนเราทุกส่วน ถูกควบคุมโดยสมอง

กระเพาะ มือ เท้า ปอด ตับ ไต หัวใจ

หัวใจ...

ถูกสมองควบคุมให้ทำงาน แต่มันเป็นจอมกบฏ

หัวใจยอมให้ ความรู้สึก มาควบคุม

ปลิวไหวไปตามความรู้สึก

ทั้งอ่อนแอ เข้มแข็ง สุข ทุกข์

เรื่องที่เกิดขึ้น สมองฉันเข้าใจนะ

แต่หัวใจมันไม่ยอมรับ

เพราะสมองฉันคือเหตุผล แต่หัวใจคือความรู้สึก

คงจะเป็นได้เพียงน้องสาวเท่านั้นล่ะ

ขอขอบคุณทุกเรื่องดีๆที่เคยมีต่อกันนะคะ

พี่ชายที่แสนดีของฉัน

จะคอยเป็นห่วงพี่อยู่ที่มุมนี้ ตลอดไป....

วันนี้ค้นๆไฟล์ในคอมดูค้นเจอไฟล์ที่เคยเขียนเล่นๆเมื่อปลายปีที่แล้ว เลยอยากเอามาลงให้ได้อ่านกัน

ต่อไปนี้หลายสิ่งที่เราไม่ควรที่จะมีมากเกินไป

หวัง
ความคาดหวังนั้นเป็นสิ่งที่ดี ยามที่เราท้อแท้ การหวังเพียงเล็กน้อยจะทำให้เรา มีแรงและกำลังที่จะก้าวต่อไป
ในทางกลับกัน
ถ้าเราหวังมาก คาดหวังกับคนรอบข้าง หวังกับอนาคต หวังโดยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าสิ่งเหล่านั้นต้องเป็นอย่างที่หวัง หากผลที่ได้ไม่เป็นตามที่หวังเราย่อมเสียใจ นี่แหล่ะ ความผิดหวัง ที่จะทำให้เรา ทุกข์ เพราะฉะนั้นจงหวังอย่างพอดี เผื่อใจไว้บ้าง

ฝืน-พยายาม
สองคำนี้มีเส้นบางๆคั่นกลางอยู่ ถ้าเราทุ่มเท ในการที่จะทำอะไรสักอย่างด้วยความรัก ความตั้งใจ สิ่งนั้นเรียก พยายาม
หาก บางสิ่งที่เราทุ่มเทให้ แต่ใจเรากลับไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ แม้ว่าจะทุ่มเทแค่ไหนแล้ว ผลที่ได้ไม่อาจทำให้เรามีความสุข สิ่งนั้นเรียกฝืน

ร่าเริง ?
คิดว่าทุกคนคงจะเพื่อนอย่างน้อยหนึ่งคนที่เป็นคนร่าเรงสุดๆ เป็นตัวโจ๊กของห้อง ไม่ว่าเขาคนนั้นจาพูดอะไรออกมามักจะทำให้เพื่อนๆหัวเราะได้เสมอ
คงไม่มีใครรู้ว่าพวกคนที่เป็นตัวโจ๊กของห้องนี่ล่ะ มีนิสัยที่ซ่อนเร้นคล้ายๆกันตรงที่ ขี้เหงา และคิดมากเป็นที่สุด พวกเขาจึงต้องพยายามทำตัวร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อนความขี้เหงาของตัวเอง

เข้มแข็ง?
คนที่เราเห็นว่าเข้มแข็งบางที สิ่งที่เห็นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด บางคนนั้นแสร้งเป็นเข้มแข็งเพื่อปกปิดความอ่อนแอของตัวเอง คนที่เราไม่เคยเห็นเขาร้องไห้ เพราะเขามักจะร้องไห้กับตัวเองอยู่บ่อยๆต่างหาก และคนประเภทนี้จะไม่ยอมให้ใครเห็นน้ำตาของตัวเองเด็ดขาด จนท้ายที่สุดเมื่อความรู้สึกที่แท้จริงคือความอ่อนแอเป็นผู้ชนะ น้ำตาของผู้เข้มแข็งจะหลั่งไหลราวกับสายน้ำ

รัก=ใคร่?
บางคนมองว่าเมื่อมีความรักย่อมมีความใคร่เพราะเมื่อเกิดความรักย่อมเกิดความใคร่ บางคนบอกว่าตนไม่เคยเกิดความใคร่ในคนรัก แต่แน่ล่ะไม่ช้าไม่นานความใคร่ย่อมบังเกิด เมื่อเรารักใคร่สักคน เราย่อมอยากเป็นเจ้าของร่างกายและหัวใจของเขา ไอ้เจ้าความอยากครอบครองนี่ล่ะ คือความใคร่ ทั้งรักและใคร่จึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

คนที่เข้าใจเราดีที่สุด

คนที่เข้าใจเราดีที่สุดบางคนอาจคิดว่าเป็น พ่อแม่ พี่น้อง ญาติๆ (ครอบครัว)เพื่อน คนรัก (ครอบครัว) แต่สำหรับฉันแล้ว
คนที่เข้าใจเราดีที่สุดก็คือตัวฉันเอง ไม่มีใครเข้าใจเราได้ดีที่สุดเท่ากับตัวเราเอง เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เคยชอบ เคยไม่ชอบอะไร รสนิยมในเรื่องต่าง ๆ บุคลิก นิสัย ทุกเรื่องที่เป็นตัวเรา เราเองทีรู้ดีที่สุด มาทำความรู้จักตัวเองกันดีไหม?

edit @ 29 Jun 2010 23:04:22 by purplelita

edit @ 29 Jun 2010 23:06:29 by purplelita

สุญญากาศ

posted on 28 Jun 2010 13:34 by purplelita  in Nothing

สำหรับคนที่รักและทุ่มเทกับใครคนนึงมาก ๆ

ฉันอยากจะเตือนเธอว่า เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างจบสิ้น

สิ่งที่เหลืออยู่ มันจะติดอยู่ในใจเรา

ซึ่งแต่ละคนจะรู้สึกไม่เหมือนกัน

สำหรับฉันนั้น ความรู้สึกที่เหลืออยู่ มันคือ สูญญากาศ ที่ว่างเปล่า

แต่ฉันได้เดินต่อไปแล้ว

ก้าวข้ามทะลุผ่านสูญญากาศไป

ขอให้คนที่ยังยึดติดอยู่กับอดีต พบกับหนทางอันสดใส

ทางที่เธอจะเดินไปอย่างมั่นใจ

ไม่ว่าทางสายนั้นจะเดินไปตัวคนเดียว

หรือมีผู้ร่วมเดินทางด้วยก็ตามที่

 

 

 

 

edit @ 28 Jun 2010 13:48:33 by purplelita

edit @ 28 Jun 2010 13:50:56 by purplelita

ยาก = ง่าย

posted on 27 Jun 2010 01:52 by purplelita  in Nothing

เมื่อก่อนฉันเป็นคนที่มองทุกสิ่งเป็นเรื่องยาก

พอมีมุมมองด้านลบแบบนั้นแล้ว

ทำให้ไม่มีกะจิตกะใจจะต่อสู้กับอุปสรรค

ท้อแท้ เหนื่อยหน่าย ไปวันๆ

หลังจากเจอเรื่องแย่ๆ หลายครั้งหลายครา

มานั่งคิด เกิดความคิดว่า ทำไมเราไม่มองให้มันง่ายล่ะ

มองอุปสรรคให้สนุก มองให้มันเป็นสิ่งท้าทาย

แล้วสู้มัน...

ปรากฏว่า จากคนที่เคยเครียดและใจเสาะ จนเป็นซึมเศร้า

กลายเป็นคนบ้างาน บ้าพลัง ลั่นล้าสุดขีด แถมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

ผลจากการมองอะไรในแง่บวกเป็นแบบนี้นี่เอง...

การเปลี่ยนมุมมอง เป็นการเปลี่ยนชีวิตฉันไปอย่างถาวร

มาลองเปลี่ยนความคิดกันเถอะ เริ่มจากการมองว่า

ยาก = ง่าย

แล้วชีวิตคุณจะเจอสิ่งดีๆอีกมาก